ข้อกำหนด Jakarta EE Platform มีชุดมาตรฐานและ API ที่ครอบคลุมสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันระดับองค์กด้วยภาษาจาวา โดยกำหนดรากฐานของแพลตฟอร์ม Jakarta EE ซึ่งนำเสนอแพลตฟอร์มแบบครบวงจร (unified) และเคลื่อนย้ายได้ (portable) สำหรับการสร้างแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่ปรับขนาดได้ ปลอดภัย และเชื่อถือได้
     คุณลักษณะและแนวคิดที่สำคัญของข้อกำหนด Jakarta EE Platform  ประกอบด้วย:
1. โมเดลคอมโพเนนต์ (Component Model): กำหนดโครงร่างโมเดลคอมโพเนนต์สำหรับแอปพลิเคชัน Jakarta EE โดยมีเครื่องมือหลัก เช่น เซิร์ฟเล็ต (servlets) เอ็นเตอร์ไพรส์บีน (enterprise beans) และคอมโพเนนต์ของ JavaServer Faces (JSF) โดยจะเป็นแนวทางในการพัฒนาและติดตั้งคอมโพเนนต์เหล่านี้ภายในคอนเทนเนอร์ของ Jakarta EE
2. การแพคและติดตั้งแอปพลิเคชัน (Application Packaging and Deployment): แพลตฟอร์ม Jakarta EE กำหนดโครงสร้างและรูปแบบการแพคสำหรับแอปพลิเคชันระดับองค์กร โดยจะระบุว่าแอปพลิเคชันจะถูกทำเป็นโมดูล เช่น ไฟล์ WAR (Web Application Archive) และไฟล์ EAR (Enterprise Archive) ซึ่งจะถูกนำไปประกอบและติดตั้งบนคอนเทนเนอร์ Jakarta EE อย่างไร
3. Web Services และ API: ข้อกำหนดจะมี API และมาตรฐานสำหรับการสร้างบริการบนเว็บ (web services) เช่น JAX-RS (Java API สำหรับ RESTful Web Services) และ JAX-WS (Java API สำหรับ XML Web Services) API เหล่านี้ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างบริการบนเว็บที่ทำงานร่วมกันได้ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม
4. ความเชื่อมต่อกับข้อมูล (Data Persistence): แพลตฟอร์ม Jakarta EE ระบุข้อกำหนดสำหรับการเชื่อมต่อกับข้อมูลและการแมปออบเจกต์กับฐานข้อมูลเช่น JPA (Java Persistence API) ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถโต้ตอบกับฐานข้อมูลและจัดการข้อมูลได้จากภายในแอปพลิเคชัน
5. ความปลอดภัย (Security): ข้อมูลกำหนดรองรับด้านความปลอดภัยในแอปพลิเคชันองค์กรโดยจัดเตรียม API และแนวทางสำหรับการรับรองความถูกต้อง (authentication) การอนุญาต (authorization) และการสื่อสารที่ปลอดภัย (secure communication) ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งเพื่อปกป้องแอปพลิเคชันและข้อมูลของตนได้
6. การทำงานร่วมกัน (Interoperability): แพลตฟอร์ม Jakarta EE ส่งเสริมการทำงานร่วมกันโดยยึดมาตรฐานอุตสาหกรรมและรับรองความเข้ากันได้ในการใช้งานที่แตกต่างกัน สิ่งนี้ทำให้นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ดที่สามารถรันบนคอนเทนเนอร์ที่สอดคล้องกับ Jakarta EE โดยไม่คำนึงถึงผู้จำหน่ายรายใดรายหนึ่ง
     เมื่อปฏิบัติตามข้อกำหนด Jakarta EE Platform นักพัฒนาสามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มที่ได้มาตรฐานและแข็งแกร่งสำหรับการสร้างแอปพลิเคชันระดับองค์กร ข้อกำหนดนี้มีชุด API และแนวทางมากมายสำหรับการพัฒนาคอมโพเนนต์ การแพคและการติดตั้งแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างบริการบนเว็บ การจัดการการเชื่อมต่อกับข้อมูล การใช้มาตรการรักษาความปลอดภัย และการรับรองความสามารถในการทำงานร่วมกัน
     กล่าวโดยสรุป ข้อกำหนด Jakarta EE Platform นำเสนอแพลตฟอร์มมาตรฐานและเคลื่อนย้ายได้สำหรับการสร้างแอปพลิเคชันระดับองค์กรในภาษาจาวา โดยมีชุดมาตรฐาน API และแนวทางที่ครอบคลุมสำหรับการพัฒนาคอมโพเนนต์ การแพคและการติดตั้ง บริการเว็บ การเชื่อมต่อกับข้อมูล ความปลอดภัย และความสามารถในการทำงานร่วมกัน เมื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันระดับองค์กรที่ปรับขนาดได้ ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ซึ่งสามารถทำงานบนคอนเทนเนอร์ที่สอดคล้องกับ Jakarta EE ได้