การสั่งการลินุกซ์สามารถทำได้ทั้งผ่านทางหน้าจอคอนโซลหรือ GUI แต่การทำงานผ่านหน้าจอคอนโซลเราต้องจำชื่อคำสั่งรวมถึงเงื่อนไขการใช้งานต่างๆ ดังนั้นการทำงานผ่าน GUI จะง่ายและสะดวกกว่า แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องทำซ้ำๆบ่อยๆ การทำงานผ่านหน้าจอคอนโซลจะง่ายกว่า เพราะเราสามารถเขียนไฟล์สคริปช่วยในการทำงานได้ หรือในการทำงานที่ค่อนข้างซับซ้อนการทำงานผ่านหน้าจอคอนโซลจะสั่งการได้ละเอียดกว่าด้วยออพชั่นที่มีมากกว่าการสั่งผ่าน GUI และเราสามารถใช้งานหลายๆคำสั่งประกอบกันโดยการส่งต่อผลลัพธ์จากคำสั่งหนึ่งเพื่อเป็นข้อมูลตั้งต้นให้อีกคำสั่งหนึ่งได้ด้วย
เมื่อเราเข้าระบบเรียบร้อยแล้วจะเห็นหน้าตาของ GUI ที่เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละดิสทริบิวชั่น โดยในที่นี้จะใช้หน้าจอของอูบุญตูเวอร์ชั่น 18.04 เป็นหลักในการอธิบายตัวอย่างการใช้งาน
เราสามารถปรับแต่งลักษณะของหน้าจอได้ตามต้องการ เช่น เปลี่ยนสีพื้นหลัง เปลี่ยนการแสดงรูปที่พื้นหลัง หรือ จะเปลี่ยนธีมของหน้าจอไปเลยก็ได้ ดังภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างการเรียกแอพพลิเคชั่น Appearance เพื่อแก้ไขภาพพื้นหลังของจอโดยเราไปที่ตัวค้นหาที่มุมบนซ้าย แล้วค้นหาคำว่า Appearance จากนั้นจึงเปิดแอพพลิเคชั่น Apperance เพื่อแก้ไขค่าต่างๆตามต้องการ หรือจะใช้วิธีคลิ๊กขวาที่พื้นหลังแล้วเลือกเมนู Change Desktop Background ก็ได้เช่นกัน
ภาพแสดงหน้าจอการแก้ไขหน้าจอ
นอกจากการปรับแต่งโดยใช้เครื่องมือที่แต่ละดิสทริบิวชั่นมีมาให้แล้ว หากยังไม่ถูกใจเราสามารถติดตั้งเครื่องมือเพื่อช่วยให้สามารถปรับแต่งได้มากขึ้น เช่น ติดตั้ง gnome-tweak-tool สำหรับ GNOME Desktop หรือ ติดตั้ง KDE Plasma สำหรับ KDE Desktop เป็นต้น
การเข้าใช้งาน
ลินุกซ์รองรับการใช้งานได้หลายผู้ใช้พร้อมกันดังนั้นหากมีผู้ใช้งานมากกว่าหนึ่งคน ผู้ใช้งานแต่ละคนควรจะมีชื่อและรหัสผ่านของตนเอง ทั้งนี้เพื่อที่ข้อมูลต่างๆ เช่น ไดเร็คทอรี่ /home/user_name จะได้ไม่ปะปนกัน และเรายังสามารถกำหนดสิทธิในการใช้งานที่แตกต่างกันได้ด้วย เช่น กำหนดให้นาย ข. ไม่สามารถใช้งานอินเตอร์เนตได้ เป็นต้น ในการใช้งานผู้ใช้งานแต่ละคนสามารถสลับกันใช้งานในเครื่องเดียวกันได้โดยการสลับกัน log in เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยชื่อและรหัสผ่านของตนเอง หรือในกรณีที่เข้าใช้งานจากเครือข่าย ผู้ใช้งานหลายคนสามารถเข้าใช้งานพร้อมๆกันได้ ซึ่งการเข้าใช้งานจากเครือข่ายเป็นการ log in เข้าระบบจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ในกรณีที่เราต้องทิ้งหน้าจอเพื่อไปทำอย่างอื่น เราควรจะล๊อคหน้าจอ โดยกดปุ่ม Super+L เพื่อป้องกันผู้อื่นมาแอบใช้งานหรือ log out ออกจากการใช้งาน
การเปิด/ปิดเครื่อง
นอกเหนือจากการเปิด/ปิดเครื่องตามการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว บ้างครั้งลิกนุกซ์ก็ต้องการการเปิด/ปิดเครื่องเพื่อการบำรุงรักษา เช่น เพื่ออัพเดทเคอร์เนล การสั่งปิดเครื่องจากหน้า GUI สามารถทำได้ง่ายๆโดยคลิกที่ไอคอนรูป power ที่มุมบนขวาของหน้าต่าง จากนั้นเลือกไอคอนรูป power ที่อยู่ด้านในและเลือกปุ่ม power off สำหรับการสั่งปิดเครื่องจากหน้าจอคอนโซลทำโดยใช้คำสั่ง shutdown
การจัดการซอฟต์แวร์
ลินุกซ์มีซอฟต์แวร์มาให้ใช้มากมาย เราสามารถค้นหาซอฟต์แวร์ที่ต้องการได้โดยใช้เครื่องมือที่ระบบมีมาให้แทนที่จะต้องเรียกใช้ซอฟต์แวร์โดยการใช้คำสั่งและกำหนดออพชั่นที่ต้องการซึ่งอาจจะดูยุ่งยากหรือจำไม่ได้ ตัวอย่างเช่น
- เซนต์โอเอส : ให้เลือกเมนู Applications ที่มุมบนซ้ายของหน้าจอ
- โอเพ่นซูเซ่อ : ให้เลือกเมนู Activities ที่มุมบนซ้ายของหน้าจอ
- อูบุญตู : ให้เลือกปุ่ม Dash (รูปที่เป็นโลโก้อูบุญตู) ที่มุมบนซ้ายของหน้าจอ หรือ เลือก Application ไอคอนที่มุมล่างด้านซ้ายของหน้าจอ
- สำหรับ KDE Desktop และ desktop environment อื่นๆ ให้ลองดูปุ่มที่มุมล่างด้านซ้ายของหน้าจอ
เราสามารถกำหนดซอฟต์แวร์เริ่มต้นสำหรับงานแต่ละแบบได้เอง เช่น กำหนดให้เปิดเว็บด้วย Firefox, กำหนดให้เปิดเอกสารด้วยด้วย LibreOffice Writer เป็นต้น ตัวอย่างด้านล่างเป็นหน้าจอในการแก้ไขแอพพลิเคชั่นเริ่มต้นของอูบุญตู
ภาพแสดงตัวอย่างหน้าจอการแก้ไขแอพพลิเคชั่นเริ่มต้นของอูบุญตู
การจัดการไฟล์
เราสามารถค้นหาไฟล์ เรียกไฟล์ จัดการกับไฟล์ได้ผ่านแอพพลิเคชั่นจัดการไฟล์ (File Manager) โดยเลือกไอคอน File Manager หรือเรียกผ่านหน้าจอคอนโซลด้วยคำสั่ง nautilus เราใช้แอพพลิเคชั่นจัดการไฟล์ในการเข้าถึงไฟล์ที่อยู่ในไดเร็คทอรี่ต่างๆรวมถึงไฟล์ที่อยู่บนเครือข่าย และไฟล์ที่อยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ
ในขั้นตอนการสร้างผู้ใช้งานใหม่ ระบบจะสร้างไดเร็คทอรี่ home และไดเร็คทอรี่อื่นๆที่อยู่ภายใต้ไดเร็คทอรี่ home ให้กับผู้ใช้งานแต่ละคนอย่างอัตโนมัติ เมื่อลองคลิ๊กที่ไดเร็คทอรี่ home และกด Ctrl+L เราจะเห็นพาธจริงๆของไดเร็คทอรี่ home ของเรา เช่น /home/user_name ไฟล์ของผู้ใช้งานแต่ละคนจะถูกเก็บอยู่ภายใต้ไดเร็คทอรี่ home ของตนเอง นอกจากนี้ภายใต้ไดเร็คทอรี่ home ยังมีไดเร็คทอรี่เริ่มต้นที่ระบบสร้างให้ เช่น Desktop Documents Downloads Picture Music เป็นต้น
เราสามารถปรับแต่งการแสดงผลในหน้าแอพพลิเคชั่นจัดการไฟล์ได้ตามต้องการ เช่น เปลี่ยนการแสดงรายการไฟล์จากแบบ list เป็นแบบ icon โดยเลือกที่ไอคอนที่ต้องการ เราสามารถแสดงไฟล์ที่ถูกซ่อนไว้โดยเลือกที่เมนูหรือกด Ctrl+h นอกจากนี้เรายังสามารถปรับแต่งการแสดงผลอื่นๆได้ เช่น ชนิดของข้อมูลที่จะแสดง เช่น ชื่อ ขนาด ชนิด หรือปรับขนาดของไอคอนที่แสดงโดยเลือกปรับแต่งได้จากเมนูของแอพพลิเคชั่นจัดการไฟล์
หากต้องการค้นหาไฟล์สามารถทำได้โดยกดไอคอนรูปแว่นขยายหรือกด Ctrl+f และหากต้องการกำหนดกรอบการค้นหาให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เราสามารถปรับแต่งตัวเปิดเปิดกรองในการค้นหาได้โดยกดเครื่องหมาย + ด้านท้ายกล่องค้นหา เพื่อเพิ่มตัวกรองตามต้องการ การกด + แต่ละครั้งคือการเพิ่มตัวกรองแต่ละชนิด
เมื่อต้องการเปิดไฟล์เราสามารถดับเบิ้ลคลิกที่ไฟล์ที่ต้องการได้โดยตรง ซึ่งระบบจะเรียกแอพพลิเคชั่นเริ่มต้นตามที่กำหนดไว้สำหรับไฟล์ชนิดนั้นๆ เช่น หากเป็นการเปิดไฟล์ข้อความ (text file) ระบบจะเรียกแอพพลิเคชั่น gedit มาให้ใช้งานซึ่งแอพพลิเคชั่น gedit เป็นแอพพลิเคชั่นแก้ไขไฟล์ข้อความพื้นฐานไม่ว่าจะเพื่อจดบันทึก หรือ เขียนโปรแกรม แอพพลิเคชั่น gedit ยังมีความสามารถในการตรวจสอบคำผิด เน้นข้อความ แสดงรายการชื่อไฟล์ และ ค่าทางสถิติต่างๆ
ภาพแสดงตัวอย่างหน้าจอแอพพลิเคชั่นจัดการไฟล์
หากเราต้องการลบไฟล์ สามารถทำได้โดยเลือกไฟล์หรือไดเร็คทอรี่ที่ต้องการและกดปุ่ม Delete หรือ กดปุ่ม Ctrl+Delete หรือ คลิกขวาและเลือก Move to Trash หรือเรียกเมนู Edit / Move to Trash ไฟล์ที่ต้องการลบจะถูกย้ายไปยังไดเร็คทอรี่ .local/share/Trash/files/ ซึ่งเราสามารถกู้คืนได้ถ้าต้องการ แต่หากเราต้องการลบไฟล์แบบถาวรเราสามารถคลิกขวาที่ไดเร็คทอรี่ Trash และเลือก Empty Trash หรือถ้าหากต้องการลบไฟล์แบบที่ไม่สามารถกู้คืนได้สามารถทำได้โดยเลือกไฟล์หรือไดเร็คทอรี่ที่ต้องการและกดปุ่ม Sfift+Delete ซึ่งไฟล์ที่ต้องการลบจะไม่ถูกย้ายมาเก็บที่ .local/share/Trash/files/ โปรดระมัดระวังอย่าลบไดเร็คทอรี่ home เพราะจะทำให้ไม่สามารถเข้าใช้งานได้เนื่องจากไดเร็คทอรี่ home เป็นที่เก็บไฟล์ตั้งค่าที่ใช้ในการ log in รวมถึงซอฟต์แวร์ต่างๆที่เราติดตั้งไว้
การตั้งค่าระบบผ่าน GUI
เราสามารถตั้งค่าต่างๆ เช่น ตั้งค่าวันที่ ตั้งค่าเวลา ตั้งค่าการเชื่อมต่อกับเครือข่าย ตั้งค่าการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ตั้งค่า desktop ได้ ผ่านหน้าจอการตั้งค่า (System Configuration) ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นไอคอนรูปเครื่องมือหรือรูปเฟือง
ภาพแสดงไอคอนการตั้งค่า
ในกรณีที่ต้องการตั้งค่าหน้าจอ เราจะไปที่ Displays ซึ่งเราจะสามารถกำหนดได้ว่าหน้าจอของเราเป็นยี่ห้อหรือรุ่นอะไร สามารถกำหนดความละเอียดในการแสดงผล (resolution) ที่ต้องการได้ ในการเปลี่ยนความละเอียดในการแสดงผล ระบบจะแสดงผลของการเปลี่ยนแปลงและรอเรายืนยันหรือยกเลิกการเปลี่ยนแปลงนั้น ทั้งนี้เพื่อป้องกันกรณีเปลี่ยนแปลงแล้วหน้าจอดูไม่รู้เรื่อง ในกรณีที่เราเชื่อมต่อจอภาพมากกว่าหนึ่งจอภาพเราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้แต่ละจอภาพแสดงผลอย่างไร เช่น แสดงผลเหมือนกัน หรือปรับความละเอียดเพื่อให้แสดงผลต่อเนื่องกันเป็นจอที่ใหญ่ขึ้น เราสามารถดูค่าความละเอียดปัจจุบันของหน้าจอคอนโซลได้ด้วยคำสั่ง “xdpyinfo | grep dim”
ภาพหน้าจอการตั้งค่า Displays ของอูบุญตู
การตั้งค่าวันที่และเวลาให้ไปที่หน้าจอ Date and Time Setting โดยเราสามารถเข้าถึงหน้าจอ Date and Time Setting นี้โดยการคลิกที่เวลาที่แสดงอยู่ด้านบนของหน้าจอ นอกจากการตั้งค่าเวลาและวันที่เองแล้ว เรายังสามารถใช้บริการ Network Time Protocol (NTP) เป็นแหล่งอ้างอิงในการกำหนดเวลาและวันที่ของระบบได้ด้วย โดยระบบจะอ้างอิงเวลาจาก NTP Server โดยที่เราไม่ต้องกำหนดค่าที่เครื่องของเรา ลินุกซ์จะเก็บข้อมูลเวลาในรูปแบบ UTC และ Time Zone
การเชื่อมต่อกับเครือข่ายนั้น ลินุกซ์รองรับทั้งการเชื่อมต่อแบบมีสาย (wired) ไร้สาย (wireless) เครือข่ายมือถือ (mobile broadband network) รวมถึงการทำ VPN (Virtual Private Networks) การตั้งค่าเกี่ยวกับเครือข่ายสามารถทำได้จากหน้าจอ Network Manager เราสามารถปล่อยให้ระบบเชื่อมต่ออย่างอัตโนมัติในกรณีที่เราใช้ DHCP หรือเราอาจจะกำหนดค่า IP Address และ MAC Address เองก็ได้ ในกรณีที่เป็นการเชื่อมต่อแบบไร้สายระบบจะแสดงรายชื่อของอุปกรณ์ที่เราต้องการเชื่อมต่อด้วย